Supabase Launch Week 15: สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเรา


ที่ We Do Dev Work เรามักเลือกใช้ Supabase เป็นระบบหลังบ้านสำหรับโปรเจกต์ซอฟต์แวร์แบบ Custom ตั้งแต่ MVP สำหรับสตาร์ทอัพไปจนถึงแพลตฟอร์มที่รองรับการขยายตัวสูง ช่วยให้เราทำงานได้รวดเร็วโดยไม่ลดทอนคุณภาพ นั่นคือเหตุผลที่เราคอยติดตามช่วง Launch Week ของพวกเขาอยู่เสมอ
และนี่คือ 7 อัปเดตจาก LW15 ที่ตอบโจทย์การทำงานในแต่ละวันของเรามากที่สุด เป็นการอัปเดตที่เน้นการใช้งานจริง มุ่งเน้นเรื่องการขยายตัว (Scalability) และที่น่าแปลกใจคือครั้งนี้ไม่มีการเน้นเรื่อง AI เป็นพิเศษ
1. ปรับปรุงระบบควบคุมความปลอดภัย
Supabase เปิดตัวโมเดลใหม่สำหรับ API keys และรองรับ asymmetric JWTs (Elliptic Curve และ RSA) โครงสร้างใหม่นี้แยก Publishable และ Secret keys ออกจากกันอย่างชัดเจน จำกัดขอบเขตการเข้าถึง และช่วยให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
ตามที่ทีมงานของเขาระบุไว้:
“การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดความเสียหายหากคีย์หลุดรั่ว เพิ่มความสามารถในการตรวจสอบ และสอดคล้องกับวิธีการทำงานของระบบ Identity สมัยใหม่” อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://supabase.com/blog/improved-security-controls
2. Algolia connector สำหรับ Supabase
ตอนนี้ Supabase รองรับการเชื่อมต่อกับ Algolia แบบ Native แล้ว ช่วยให้เราสามารถทำ Index ข้อมูลโปรเจกต์ได้โดยตรง เพื่อสร้างระบบค้นหาที่รวดเร็วและแสดงผลแบบ Real-time ไม่ต้องเขียนสคริปต์ตัวกลางหรือทำระบบ Sync ข้อมูลเองอีกต่อไป เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริงซึ่งเรากำลังเริ่มทดลองใช้กับเว็บไซต์ไดเรกทอรีขนาดใหญ่
3. รองรับ OpenTelemetry
ตอนนี้สามารถส่งออก Logs, Traces และ Metrics ไปยังเครื่องมือที่รองรับ OTel ได้แล้ว ซึ่งเข้ากับโครงสร้างระบบ Observability ที่เราใช้อยู่พอดี และจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการทำ Debugging บนระบบจริงและการติดตามประสิทธิภาพการทำงาน
4. Edge Functions พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลถาวรและบูตเครื่องได้เร็วขึ้น
Edge Functions รองรับ Deno 2.1 และการเก็บข้อมูลถาวรผ่านการเมาท์ที่รองรับ S3 โดย Cold starts เร็วขึ้นถึง 97% ทำให้ Serverless functions ของ Supabase มีความเสถียรและพร้อมสำหรับการใช้งานจริงมากขึ้น
5. ระบบ Sync ข้อมูลจาก Stripe ไปยัง Postgres
ข้อมูลการชำระเงินสามารถซิงค์ได้ผ่านแพ็กเกจ npm ขนาดเบา ไม่ว่าจะใช้ภายในแอป Node.js หรือใช้ใน Edge Functions โดยตรง ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการทำ Dashboard ทางการเงิน ระบบรายงาน และแผงควบคุมสำหรับผู้ดูแลระบบ
6. อัปเกรดระบบ Storage
เพิ่มขนาดการอัปโหลดสูงสุดจาก 50 GB เป็น 500 GB ส่วนค่า Cached egress ลดลงเหลือเพียง $0.03 ต่อ GB และเพิ่มโควตา Free egress ให้เป็นสองเท่า ซึ่งสำคัญมากสำหรับโปรเจกต์ที่ต้องจัดการกับวิดีโอ การสำรองข้อมูล หรือไฟล์ขนาดใหญ่
7. Analytics Buckets พร้อม Apache Iceberg
แม้จะยังอยู่ในช่วง Private Alpha แต่เป็นสิ่งที่เราจับตามองอย่างใกล้ชิด Bucket รูปแบบใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลโดยเฉพาะ และเมื่อรวมกับ Iceberg wrapper จะช่วยให้การ Query ข้อมูลปริมาณมหาศาลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ความเห็นจากทีมงานของเรา
CTO Brecht: “การปรับปรุงระบบควบคุมความปลอดภัยถือเป็นก้าวสำคัญที่ชัดเจน สิ่งนี้ทำให้ Supabase เหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับโปรเจกต์ระดับจริงจังในระยะยาว”
CEO Vincent: "เราสร้างแพลตฟอร์มที่มีเนื้อหาจำนวนมาก และระบบค้นหาคือจุดต่างที่สำคัญ Algolia connector ช่วยให้เราส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ใช้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น"
อ่านบันทึกการเปิดตัวฉบับเต็ม: https://supabase.com/launch-week
Related articles

เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ทำลายอุตสาหกรรมดนตรีได้อย่างไร
ซอฟต์แวร์ไม่ได้ทำลายอุตสาหกรรมดนตรี แต่มันเขียนอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาใหม่ และเช่นเดียวกับการเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง มันสร้างทั้งผู้ชนะ ผู้แพ้ และกฎเกณฑ์ชุดใหม่ทั้งหมด


ทำไมเราถึงไม่ควรละทิ้งความหวังในยุโรป
มันอาจจะฟังดูแปลกไปสักหน่อยเมื่อมาจากปากของคนที่ย้ายจากยุโรปมาอยู่เอเชีย เมื่อผมบอกใครต่อใครว่าผมกำลังจะออกมาปกป้องยุโรป พวกเขามักจะเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ผมอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ บริหารเอเจนซี่ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย และรายล้อมไปด้วยตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด ตามทฤษฎีแล้ว ผมควรจะเป็นคนสุดท้ายที่ออกมาโปรโมตว่ายุโรปเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยโอกาส แต่ยิ่งผมได้ทำงานกับบริษัทในยุโรปมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า ยุโรปถูกเข้าใจผิดมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายตามหลัง


ก้าวข้าม Vercel และ Netlify: มองหาทางเลือกการโฮสต์ Frontend ที่ตอบโจทย์กว่า
เมื่อไม่นานมานี้ การ Deploy เว็บไซต์เคยเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก คุณต้องเช่า VPS, ติดตั้ง Nginx, ตั้งค่า SSL, คอยกังวลเรื่อง Port และ Permission แถมยังต้องลุ้นว่าเซิร์ฟเวอร์จะล่มไหมตอนอัปเดตเวอร์ชันใหม่ จนกระทั่ง Netlify และ Vercel เข้ามาเปลี่ยนโลก เพียงแค่เชื่อมต่อ GitHub แล้ว Push Code เว็บไซต์ก็ออนไลน์ได้ทันที สำหรับ Frontend Developer แล้ว นี่คือเวทมนตร์ชัดๆ

พร้อมพาธุรกิจของคุณไปสู่ระดับต่อไป
ร่วมมือกับทีมมืออาชีพที่เปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นประสบการณ์ทางธุรกิจอันทรงพลังและเติบโตไปพร้อมกับคุณ
